พลังงานทดแทน แทนน้ำมันเชื้อเพลิง ก้าวใหม่ของความท้าทายในอนาคต

พลังงานทดแทน มีหลายประเภทด้วยกัน ได้แก่ พลังงานที่ได้จากแก๊สธรรมชาติ แก๊สปิโตรเลียมเหลว ถ่านหิน แอลกอฮอล์ หินน้ำมัน พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานความร้อนใต้พิภพ และพลังงานนิวเคลียร์ สำหรับพลังงานที่ได้จากแอลกอฮอล์ กำลังเป็นเรื่องที่สนใจของประชาชนทั่วไป คือ เอทานอล หรือเอทิลแอลกอฮอล์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า แอลกอฮอล์ เป็นแอลกอฮอล์ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นส่วนผสมในสุราใช้ดื่มได้ แต่ต้องผสมในปริมาณที่ไม่มากนัก มิฉะนั้นจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายได้ จากการศึกษาสมบัติของเอทานอล พบว่ามีเลขออกเทนสูง ไม่ทำให้เครื่องยนต์โขก ให้กำลังเครื่องยนต์พอๆ กับน้ำมันเบนซิน ไม่ต้องเติมสารประกอบของตะกั่ว ทำให้เกิดมลภาวะน้อยกว่า ไม่มีคาร์บอนมอนนอกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ออกมา เพราะการเผาไหม้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ เมื่อนำแอลกอฮอล์ผสมกับน้ำมันเบนซิน โดยมีแอลกอฮอล์ประมาณ 15 % จะทำให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีขึ้น และทำให้เครื่องยนต์สะอาดกว่าการใช้น้ำมันเบนซินเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถนำแอลกอฮอล์นี้ไปใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิงได้โดยตรง แต่ต้องมีการแก้ไขเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับการใช้เอทานอล ไม่เช่นนั้นเครื่องยนต์จะมีปัญหา
ในประเทศไทยมีโรงงานผลิตแอลกอฮอล์ชนิดไร้น้ำ โรงงานแรกของประเทศไทย มีกำลังการผลิตวันละ 1,500 ลิตร โดยใช้วัตถุดิบแป้งและน้ำตาลเป็นตัวผลิต โรงงานนี้ตั้งในบริเวณสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศที่มีวัตถุดิบประเภทที่จะใช้ผลิตแอลกอฮอล์อยู่จำนวนมาก และราคาก็ถูก เช่น อ้อย มันสำปะหลัง รวมทั้งมันประเภทต่าง ๆ วัตถุดิบนี้มีน้ำตาลหรือแป้งเป็นส่วนประกอบในปริมาณมาก ดังนั้นประเทศไทยควรจะจริงจังกับการผลิตพลังงานทดแทนเหล่านี้ เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนและราคาแพง จะทำให้ลดปริมาณการใช้น้ำมันเบนซินลงได้ถึง 15 % หรือ 1,054 ล้านลิตร แต่รัฐบาลก็ควรตระหนักถึงปัญหาที่จะตามมา เช่น ต้นทุนการผลิต กฏระเบียบ ราคาวัตถุดิบที่ผันผวน และความนิยมของผู้ใช้ จึงจะทำให้เศรษฐกิจของไทยมีความมั่นคง ซึ่งประชาชนก็ควรจะช่วยกันประหยัดเชื้อเพลิงด้วย เช่น ควรเดินในบริเวณที่ใกล้ ๆ แทนที่จะขับขี่รถยนต์ นอกจากจะประหยัดน้ำมันแล้วยังประหยัดเงินด้วยเป็นการช่วยชาติได้อีกด้วย

ดวงจันทร์ Luna Ring ทางเลือกใหม่ของพลังงานทดแทน

สำหรับโครงการ Luna Ring นี้มีหลักการทำงาน คือ การส่งผ่านพลังงานมายังพื้นผิวโลก โดยการก่อสร้างเซลล์รับพลังงานแสงอาทิตย์ไว้บนเส้นศูนย์สูตรรอบๆดวงจันทร์และหน่วยส่งต่อพลังงานไว้บนเส้นศูนย์สูตรบนของดวงจันทร์หรือด้านที่หันสู่โลก เซลล์รับพลังงานแสงอาทิตย์จะแปลงพลังงานความร้อนของแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นเป็นพลังงาน และจะถูกส่งต่อมายังโลกโดยหน่วยส่งต่อพลังงาน ในรูปแบบของ คลื่นไมโครเวฟและพลังงานเลเซอร์ หน่วยแปลงพลังงานที่อยู่บนส่วนต่างๆของโลกนั้น จะแปลงพลังงานทั้งสองชนิดที่รับมาจากดวงจันทร์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าและส่งต่อไปยังบ้านเรือน ซึ่งวงแหวนจะถูกดำเนินการก่อสร้างโดยหุ่นยนต์ และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่บนดวงจันทร์และชิ้นส่วนต่างๆจากโลก ข้อได้เปรียบของ Luna Ring ก็คือ การผลิตพลังงานได้ตลอดเวลา ซึ่งต่างจากการใช้เซลล์รับพลังงานแสงอาทิตย์จากบนโลก เพราะจะไม่สามารถผลิตพลังงานได้ในเวลากลางคืน และพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากกว่า พลังงานที่ผลิตจากน้ำและลม และอาจสามารถทดแทนความต้องการพลังงานจากถ่านหินได้อีกด้วย ซึ่งส่วนประกอบของ Luna Ring จะประกอบไปด้วย 1.ส่วนรับพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Panel)  ซึ่งมีความยาวทั้งหมด 11,000 กิโลเมตร เท่ากับความยาวของเส้นศูนย์สูตรของดวงจันทร์ และจะมีความกว้างตั้งแต่ไม่กี่กิโลเมตร จนถึง 400 กิโลเมตร 2.สายไฟ (Electric Power Cable) เป็นสายไฟที่จะส่งต่อพลังงานจากส่วนรับพลังงานไปยังส่วนส่งพลังงาน 3.เสาส่งสัญญาณไมโครเวฟ (Microwave Power Transmission Antennas) เป็นเสาวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 กิโลเมตร ทำหน้าที่ส่งพลังงานไมโครเวฟไปยังส่วนรับพลังงานที่อยู่บนผิวโลก 4.ส่วนส่งต่อพลังงานเลเซอร์ (Laser Power Transmission Facilities) ทำหน้าที่ส่งพลังงานในรูปแบบของเลเซอร์พลังงานสูงมายังผิวโลก 5.เส้นทางการขนส่งอุปกรณ์ (Transportation Route) ใช้ขนส่งอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งในการก่อสร้างและการซ่อมบำรุงไปยังส่วนต่างๆของวงแหวน 6.ส่วนก่อสร้างเซลล์รับพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell Production Plant) ทำหน้าที่สร้าง และติดตั้งเซลล์รับพลังงานแสงอาทิตย์ บนส่วนต่างๆของวงแหวน

ดังนั้น นับว่าดวงจันทร์เป็นพลังงานทางเลือกใหม่เลยที่เดียว เนื่องจากมีพลังงานที่สามารถช่วยในการสรรสร้างพลังงานใหม่ๆมาทดแทนได้ให้แก่โลกเราได้อย่างมากมาย

เซลล์แสงอาทิตย์ เป็นพลังงานที่มนุษย์ได้มาฟรีและมีไม่วันสิ้นสุด

image_title_bpehxอุปกรณ์สำคัญที่จะทำให้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ คือ Solar Cell เซลล์แสงอาทิตย์ผลิตขึ้นโดยการนำแผ่นผลึกซิลิคอนมาประกบกัน โดยแผ่นด้านรับแสงจะชุบสารเจือฟอสฟอรัสเพื่อให้ซิลิกอนมีคุณสมบัตินำไฟฟ้าด้วยอิเล็กตรอน เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบที่ซิลิกอนแผ่นนอก อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ไปยังซิลิกอนแผ่นใน ซึ่งชุบสารเจือโบรอนที่ทำให้ซิลิกอนนำไฟฟ้าด้วยโฮล จึงเกิดแรงดันไฟฟ้าขึ้นระหว่างแผ่นซิลิกอนทั้งสอง การผลิตพลังงานไฟฟ้าให้พอเพียงกับความต้องการใช้ จะต้องนำเซลล์แสงอาทิตย์หลายๆเซลล์มาต่อเข้าด้วยกันเป็นแผงหรือชุด หลักการทำงาน คือ แสงอาทิตย์จะถูกเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าและประจุเก็บไว้ในแบตเตอรี่ สำหรับนำมาใช้กับอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆหรือการใช้งานอื่นๆต่อไป

เมื่อมีแสงอาทิตย์ตกกระทบเซลล์แสงอาทิตย์ จะเกิดการสร้างพาหะนำไฟฟ้าประจุ ลบและประจุบวกขึ้นซึ่งได้แก่ อิเล็กตรอน และโฮล โครงสร้างรอยต่อพีเอ็นจะทำหน้าที่สร้างสนามไฟฟ้าภายในเซลล์เพื่อแยกพาหะไฟฟ้าชนิดอิเล็กตรอนให้ไหลไปที่ขั้วลบ และทำให้พาหะนำไฟฟ้าชนิดโฮลไหลไปที่ขั้วบวก ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าแบบกระแสตรงขึ้นที่ขั้วทั้งสอง เมื่อเราต่อเซลล์แสงอาทิตย์เข้ากับเครื่องไฟฟ้าก็จะมีกระแสไฟฟ้าไหลในวงจรเซลล์แสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานทดแทนซึ่งสามารถเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยตรง เซลล์แสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่สะอาดและไม่สร้างมลภาวะขณะใช้งาน ไม่ทำลายสภาพแวดล้อม เพียงแต่ติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ไว้กลางแดดก็สามารถใช้งานได้ทันที เซลล์แสงอาทิตย์ทำงานได้โดยไม่สร้างเสียงรบกวนหรือการเคลื่อนไหว เนื่องจากเซลล์แสงอาทิตย์ทำงานโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์เท่านั้น

จุดเด่นของไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์

1.ไม่มีวันหมด
2.เป็นแหล่งพลังงานสะอาด เกิดจากการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นกระแสไฟฟ้าโดยตรง ต่างจากการผลิตไฟฟ้าอื่นๆ
3.สร้างไฟฟ้าได้ทุกขนาด ตั้งแต่เล็กๆ เพื่อใช้กับเครื่องคิดเลข จนถึงโรงงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ระดับ 100 kW ขึ้นไป
4. ผลิตที่ไหนใช้ที่นั่น สามารถผลิตไฟฟ้าในบริเวณที่จะใช้งานได้ หรือจะติดบนหลังคาบ้าน เพื่อสร้างไฟฟ้าใช้เองในบ้านเลย

ข้อจำกัดของไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์

1.ความเข้มของพลังงานขาเข้าต่ำแม้ว่าพลังงานของดวงอาทิตย์ไม่มีวันหมด แต่ความเข้มของพลังงานนั้นไม่สูง จำเป็นต้องใช้จำนวนเซลล์แสงอาทิตย์มาก และพื้นที่มากตามไปด้วย
2.ปริมาณไฟฟ้าที่ได้จะแปรผันตามสภาพอากาศ
3.เก็บไฟฟ้าไว้ไม่ได้ ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีแสง และตัวมันเองไม่สามารถเก็บไฟได้

โอกาสของธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

ด้วยราคาพลังงานจากฟอสซิลที่มีแนวโน้มทะยานสูงขึ้นไปตามอุปทานที่นับวันจะยิ่งตึงตัวมากขึ้น ส่งผลต่อความสนใจในการใช้แหล่งพลังงานชนิดอื่นเช่นพลังงานทดแทนเข้ามาเป็นทางเลือก ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานทดแทนอีกประเภทหนึ่งซึ่งได้รับความสนใจไม่แพ้พลังงานทดแทนประเภทอื่นๆ ในปัจจุบันภาคเอกชนเริ่มให้สำคัญและเล็งเห็นประโยชน์ในเชิงธุรกิจจากการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์มากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการสร้างโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินว่า การสร้างโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีทั้งปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยท้าทายทางธุรกิจอยู่หลายประการ ซึ่งปัจจัยสนับสนุนนั้นประกอบด้วย การเติบโตต่อเนื่องของภาคอุตสาหกรรม จำนวนของผู้แข่งขันในตลาดที่ยังน้อย มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่จูงใจ แนวโน้มระดับราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ขยับตัวสูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงประเภทก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเตา และถ่านหิน และนโยบายของรัฐที่อาจจะพิจารณาเพิ่มเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนขึ้นจากการชะลอแผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สืบเนื่องจากภัยพิบัติในญี่ปุ่น

ปัจจัยท้าทายสำหรับผู้ที่มีความสนใจเข้ามาในตลาดไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบด้วยโครงสร้างของตลาดที่ผู้ซื้อไฟฟ้ามีจำนวนน้อยรายและมีอำนาจกำหนดราคา วิธีการ และปริมาณการรับซื้อ อีกทั้งต้นทุนในการสร้างและการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูงและต้องใช้ระยะเวลาพอประมาณเพื่อคืนทุน (ประมาณ 8-10 ปี) ส่งผลให้ความมั่นคงทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ การเข้ามาร่วมทุนจากต่างประเทศจะเป็นแรงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่สามารถแสวงหาเทคโนโลยีจากผู้ร่วมทุนต่างชาติมีความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือผู้ประกอบการรายอื่นๆได้ ส่งผลให้อัตราการแข่งขันอยู่ในระดับที่สูงขึ้น

ถึงแม้ว่าต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะมีระดับสูงกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แต่หากพิจารณาเปรียบเทียบทางเลือกพลังงานไฟฟ้าในกรณีที่ประเทศไทยไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ ทางเลือกหลักน่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และถ่านหิน แต่เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นดังรูปขณะที่เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มีโอกาสที่ต้นทุนจะต่ำลงอีกจากความก้าวหน้าทางวิทยาการทั้งยังเป็นพลังงานสะอาดจึงนับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มีความคิดหรือกำลังจะเข้ามาในตลาดไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ผู้ประกอบธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของตนให้สูงขึ้น โดยต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการผลิต มีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมในการผลิตไฟฟ้าที่สามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งต้องมีแหล่งสนับสนุนทางการเงินที่มั่นคง เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่งกว่าที่จะคุ้มทุน และเหนือสิ่งอื่นใด เนื่องจากราคาเป็นสิ่งที่ผู้ขายกำหนดเองไม่ได้ ขณะที่ผู้ซื้อมีแนวโน้มที่จะปรับราคาขายให้ต่ำลงอีกในอนาคต ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องมีการบริหารจัดการจากฝั่งต้นทุนที่ดีประกอบกับการแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในระดับสากล ที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้กับธุรกิจของตนได้เพื่อที่จะได้มาซึ่งผลกำไรที่คาดหวังไว้

การหันมาใช้พลังงานชีวมวลเพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิง

ชีวมวล เป็นสิ่งที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิต เช่น ต้นไม้ อ้อย มันสำปะหลัง ถ่ายฟืนแกลบ วัชพืชต่างๆ หรือแม้กระทั่งขยะและมูลสัตว์ หากรู้จักนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพเราจะสามารถลดการใช้พลังงานด้านอื่น อาทิ พลังงานจากน้ำมัน ไฟฟ้า แก๊ส ถ่านหิน ฯลฯ ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดการสูญเสียเงินตราของประเทศในการนำเข้าเชื้อเพลิงดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งเราสามารถนำพลังงานจากชีวมวลมาใช้ได้โดยกระบวนการที่ใช้ความร้อน และกระบวนการชีวภาพ การใช้พลังงานชีวมวลโดยกระบวนการที่ใช้ความร้อน เราจะเห็นได้ทั่วไปในลักษณะของการนำถ่านไม้ หรือฟืนมาจุดไฟ เพื่อให้เกิดความร้อน สำหรับนำไปใช้ในการหุงต้มอาหารหรือประโยชน์ในด้านอื่นๆ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ การขาดทรัพยากรป่าไม้ ถ่าน และฟืน หาได้ยาก และมีราคาแพงขึ้น ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องพัฒนาการใช้พลังงานจากชีวมวลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และให้มีการสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ให้น้อยที่สุด

การใช้ประโยชน์จากพลังงานชีวมวล สามารถใช้ได้ทั้งในรูปของพลังงานความร้อน ไอน้ำ หรือผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า โดยจะใช้เชื้อเพลิงชีวมวลชนิดใดชนิดหนึ่งหรือหลายชนิดรวมกันก็ได้ชีวมวลจึงเป็นแหล่งเชื้อเพลิงราคาถูก หากมีการใช้ประโยชน์ในบริเวณที่ไม่ไกลจากแหล่งเชื้อเพลิงมากนักเพื่อลดต้นทุนในการขนส่ง ชีวมวลมีอยู่ทั่วไปในประเทศไทย การนำชีวมวลมาใช้จึงช่วยลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศในการนำเข้าเชื้อเพลิงและสร้างรายได้ให้กับคนท้องถิ่น นอกจากนี้การผลิตพลังงานจากเชื้อเพลิงชีวมวลด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมจะไม่ก่อให้เกิดมลภาวะและไม่สร้างสภาวะเรือนกระจก เนื่องจากการปลูกทดแทนทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิดการหมุนเวียนและไม่มีการปลดปล่อยเพิ่มเติม สามารถเสริมสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของชุมชนได้อีกด้วย

เทคโนโลยีพลังงานชีวมวล

– การสันดาป (Combustion Technology) เป็นปฏิกิริยาการรวมตัวกันของเชื้อเพลิงกับออกซิเจนอย่างรวดเร็วพร้อมเกิดการลุกไหม้และคายความร้อน
– การผลิตเชื้อเพลิงเหลว (Liquidification Technology)
– การผลิตก๊าซเชื้อเพลิง (Gasification Technology) เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงพลังงานที่มีอยู่ในชีวมวลที่สำคัญกระบวนการหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงแบบ Thermal Conversion
– การผลิตก๊าซโดยการหมัก (Anaerobic Digestion Technology) การผลิตก๊าซจากชีวมวลทางเคมีด้วยการย่อยสลายสารอินทรีย์ในที่ไม่มีอากาศหรือไม่มีออกซิเจน
– การผลิตไฟฟ้าโดยใช้ชีวมวลเป็นเชื้อเพลิง
– เตาแก๊สชีวมวล เป็นเตาที่จัดสร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับการหุงต้มอาหารในครัวเรือน โดยใช้เศษไม้และเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิง