ธุรกิจพลังงานเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยม

หากจะพูดถึงธุรกิจที่ได้รับความนิยมในเวลานี้คงจะหนีไม่พ้นธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจพลังงานทดแทน ซึ่งหนึ่งในพลังงานทดแทนที่ดูจะได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจไม่น้อย คือ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่นำมาสร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างจริงจัง

การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความสนใจอย่างมากในไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากนโยบายภาครัฐในการสร้างความมั่นคงด้านการจัดหาพลังงาน ตามแผน พีดีพี 2010 ที่มุ่งเน้นการลดการพึ่งพิงเชื้อเพลิงฟอสซิล

การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีความน่าสนใจในเชิงธุรกิจมากน้อยเพียงใดนั้น จากการวิเคราะห์พบว่า

- อุตสาหกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่องหนุนความต้องการใช้ไฟ

- กลุ่มลูกค้าและแหล่งรายได้หลักของธุรกิจคือการไฟฟ้าทั้ง 3 ฝ่าย ซึ่งก็คือ กฟผ. กฟน. และกฟภ. โดยรายได้ที่ผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ขายได้รับจะเป็นไปตามระเบียบการรับซื้อซึ่งกำหนดโดยกฟผ.

- ผู้แข่งขันในปัจจุบันมีจำนวนน้อย เนื่องจากผู้ที่จะเข้ามาลงทุนในตลาดได้ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ และต้องใช้เงินลงทุนในจำนวนที่สูง

- ต้นทุนการผลิตยังอยู่ในระดับสูง แต่ยังอยู่ในระดับที่ลงทุนได้ โดยต้นทุนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในปัจจุบันใช้เงินทุนประมาณ 110-125 ล้านบาทต่อ 1 เมกะวัตต์ แต่ผลประโยชน์ที่ผู้ประกอบธุรกิจได้รับจากภาครัฐ เช่น การรับซื้อไฟฟ้าในอัตราที่จูงใจ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากบีโอไอ ฯลฯ แล้ว ถือว่าอยู่ในระดับที่พอจะประกอบธุรกิจดังกล่าวในเชิงพาณิชย์ได้ โดยผู้ลงทุนจะคืนทุนได้ในเวลา 8-10 ปี

นอกจากนี้ จากแนวโน้มการขาดแคลนเชื้อเพลิงฟอสซิลและปัญหาการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ยังพอมีส่วนแบ่งตลาดให้ผู้ประกอบการเข้ามาในตลาดผลิตไฟฟ้านี้ได้ในระยะข้างหน้า

นโยบายการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ

ประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงาน

ดังนั้นความมั่นคงด้านพลังงานจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ การเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันและวิกฤตการณ์ราคาน้ำมัน เป็นบทเรียนที่สำคัญที่ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพลังงานของประเทศให้เป็นไปอย่างยั่งยืน มาตรการในการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพลังงานโดยลดการใช้น้ำมันลง และเปลี่ยนมาใช้ก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น จะมีส่วนช่วยเสริมการแก้ไขปัญหาการพัฒนาพลังงานของประเทศ ให้เป็นไปอย่างยั่งยืนได้มาก โดยปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการผลิตและการใช้พลังงานจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต ทั้งในระดับโลกและในระดับประเทศ ประเด็นสิ่งแวดล้อมในระดับโลก หลายๆประเทศจะให้ความสำคัญกับการลดปัญหาก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ส่วนปัญหาในประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนมากขึ้น

นโยบายการให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการผลิตและใช้พลังงาน โดยส่งเสริมให้มีการใช้เชื้อเพลิงที่มีผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมน้อย และส่งเสริมให้มีการควบคุมมลพิษ โดยใช้เทคโนโลยีควบคุมมลพิษที่มีประสิทธิภาพ และอยู่ภายใต้มาตรฐานที่เหมาะสม รวมทั้งมีการกำหนดมาตรการต่างๆเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ความมั่นคงด้านพลังงานจึงเป็นประเด็นสำคัญเป็นอันดับแรกและในการที่จะลดความเสี่ยงลง หลายๆ ประเทศจะพยายามพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด แต่เนื่องจากประเทศไทยมีแหล่งสำรองพลังงานน้อยมาก ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดก็คือการใช้พลังงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดที่สุด ในขณะเดียวกันการพึ่งพาพลังงานจากภายนอกประเทศ ก็จำเป็นต้องให้มีการกระจายทั้งชนิดและแหล่งของพลังงานเพื่อให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด

เมื่อสถานการณ์พลังงานโลกเป็นเช่นนี้

ประเทศไทยที่อาศัยการนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นหลัก จึงต้องสร้างสมดุลและความมั่นคงด้านพลังงานด้วยการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงหลักและพลังงานทดแทน เพื่อลดวิกฤตพลังงานกับประเทศที่ต้องพึ่งพาพลังงานจากแหล่งฟอสซิลคือน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดและกำลังจะหมดไป การกำหนดนโยบายด้านพลังงานจึงต้องทำควบคู่กับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้ามีทัศนคติด้านการประหยัดพลังงานใช้อย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพรับมือวิกฤตพลังงานที่กำลังคืบคลานเข้ามาในอนาคต

นโยบายความมั่นคงด้านพลังงาน

- ต้องมีแหล่งสำรองพลังงานที่มีปริมาณเพียงพอและแน่นอน เพื่อความมั่นคงในการจัดหา
- ต้องมีการกระจายแหล่งของพลังงานและชนิดของพลังงานเพื่อลดความเสี่ยง โดยหลีกเลี่ยงการพึ่งพาจากแหล่งเดียวหรือชนิดเดียว
- ต้องมีราคาที่เหมาะสมเพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่ำ
- ต้องเป็นพลังงานที่สะอาด ก่อให้เกิดมลพิษน้อย หรืออาจจะเป็นพลังงานที่ไม่สะอาด แต่มีเทคโนโลยีที่ควบคุมมลพิษได้
- ต้องใช้ทรัพยากรพลังงานภายในประเทศ ที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เหมาะสมกับคุณค่าของทรัพยากร

การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้งานโดยนำมาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

พลังงานแสงอาทิตย์ นับเป็นพลังงานหนึ่งที่ได้รับความนิยม

ในการนำมาแปลงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยมองว่าเป็นพลังงานทดแทนที่สะอาด ใช้แล้วไม่หมดไป จึงไม่แปลกที่พลังงานแสงอาทิตย์ จะเป็นที่นิยมให้บริษัทต่างๆด้านพลังงานหันมาลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้านั้นได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า พลังงานที่ได้มาฟรีจากแสงอาทิตย์ไม่มีวันหมดสิ้น สินค้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อประหยัดพลังงานและลดโลกร้อน แสงอาทิตย์สามารถผลิตได้ทั้งไฟฟ้า น้ำร้อน อบพืช สินค้าจากแสงอาทิตย์มีหลายชนิดเช่น โซลาร์เซลส์ Solar Thermal

พลังงานไฟฟ้าเริ่มที่จะขาดแคลน เพราะแหล่งผลิตพลังงานยังมีอยู่เหมือนเดิมแต่การใช้งานนับวันยิ่งเพิ่มขึ้น จำนวนประชากรก็เพิ่มขึ้น ที่พักอาศัยก็เพิ่มขึ้น เราจึงหาทางที่จะทดแทนพลังงานที่ขาดหายไป แสงแดดเป็นส่วนหนึ่งที่มีการนำพลังงานในส่วนนี้มาผลิดเป็นไฟฟ้าที่คงที่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลม,พลังงานน้ำ,ก๊าซชีวภาพ พลังงานเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์

ถือเป็นวิวัฒนาการด้านวิศวกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ โดยผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า เซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า เนื่องจากสามารถเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง ส่วนใหญ่เซลล์แสงอาทิตย์จะทำมาจากสารกึ่งตัวนำจำพวกซิลิคอน มีราคาถูกที่สุดและมีมากที่สุดบนพื้นโลก โดยนำมาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อผลิตให้เป็นแผ่นบางบริสุทธิ์ พลังงานแสงอาทิตย์จัดเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญที่สุดของโลก และเป็นพลังงานสะอาดไม่ทำปฏิกิริยาใดๆอันจะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ มนุษย์เราจึงได้มีการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ตั้งแต่โบราณกาล เริ่มแต่การใช้ความร้อนจากแสงอาทิตย์ในการทำให้วัสดุหรืออาหารแห้ง จนกระทั่งมาถึงในยุคปัจจุบันที่มีการนำพลังงานจากแสงอาทิตย์มาใช้อย่างเป็นระบบ

ปัจจุบันเทคโนโลยีผลิตพลังงานแสงอาทิตย์พัฒนาจนกระทั่งทำให้ต้นทุนลดต่ำลงมาก จนเริ่มที่จะแข่งขันกับแหล่งพลังงานอื่นๆได้อย่างสบาย ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งที่มีพื้นที่เปิดกว้าง รองรับแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบพื้นได้ในเวลานานและปริมาณมากหันมาทำธุรกิจผลิตพลังงานทดแทนแสงอาทิตย์กันเยอะ แต่ไม่ใช่ว่าทุกที่ที่จะผลิตหรือสามารถสร้างพลังงานทดแทนชนิดนี้ได้อย่างเต็มกำลัง จำเป็นจะต้องมีปัจจัยต่างๆ และอยู่ในการควบคุมดูแล พัฒนาและวิจัยอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งเซลล์แสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานทดแทนซึ่งสามารถเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยตรง เซลล์แสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่สะอาดและไม่สร้างมลภาวะขณะใช้งาน ไม่ทำลายสภาพแวดล้อม เพียงแต่ติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ไว้กลางแดดก็สามารถใช้งานได้ทันที

ลุยตลาดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สร้างรายได้ที่มั่นคง และลดความเสี่ยงทางธุรกิจ

ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์บูมไม่หยุด หลังต้นทุนลด ลุยตลาดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สร้างรายได้ที่มั่นคง และลดความเสี่ยงทางธุรกิจ ด้านนักวิชาการ ชี้ ปี 2020 วิถีชีวิตคนไทยเปลี่ยน หันมาผลิตไฟฟ้าจาก ‘โซล่าเซลล์’ ใช้เองในครัวเรือน พบช่องโหว่มาตรการพลังงานแสงอาทิตย์ ทำผู้ผลิตเสียโอกาส กรณีกั๊กใบจองอื้อแต่ไม่ยอมผลิต!

พลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นทางเลือกของพลังงานที่จะใช้แพร่หลายในอนาคตของสังคมไทย ทดแทนพลังงานเดิม อย่างก๊าซธรรมชาติ, ถ่านหิน ฯลฯ ที่นับวันจะประสบปัญหาด้านวัตถุดิบที่ลดลง และอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ปัจจุบันมีผู้ประกอบการมืออาชีพจำนวนมาก หันมาตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์อย่างจริงจังเป็นจำนวนมาก

“อีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี 2020 พลังงานแสงอาทิตย์จะเข้ามามีบทบาท และใช้กันอย่างแพร่หลายในสังคมไทย จนทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ตามบ้านเรือนจะมีแผงโซล่าเซลล์ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่ละครัวเรือนมากขึ้น ซึ่งอาจจะมาใกล้เคียงกับรถเสียบปั๊ก และอาจมีทีเก็บพลังงานไว้ใช้ ในอนาคตเทคโนโลยีจะทันสมัยมากยิ่งขึ้น และราคาต้นทุนอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตพลังงานจะลดต่ำลงมาก”

ทั้งนี้พลังงานแสงอาทิตย์ถือว่าเหมาะกับประเทศไทย แต่ปัจจุบันยังไม่ได้นำมาใช้อย่างเต็มที่ ดังนั้นรัฐควรส่งเสริม เนื่องเพราะกระบวนการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ไม่ยุ่งยาก ไม่จำเป็นต้องมีฐานการผลิตอย่างอื่นก็สามารถทำได้ เพียงมีพื้นที่ที่เหมาะสม และยังไม่ต้องพึ่งทรัพยากร อย่างถ่านหิน, ก๊าซธรรมชาติ ฯลฯ รวมถึงระบบโลจิสติกส์ไม่วุ่นวายอีกด้วย

“บริษัทฯ มีเกณฑ์การเลือกลงทุนในโครงการที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว หรือ PPA และได้รับเงินสนับสนุนราคาค่าไฟฟ้า หรือ Adder ที่แน่นอน เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าและมั่นคง โดยบริษัทฯ วางเป้าหมายลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน 100 เมกะวัตต์ ให้ได้ภายในปี 2559”
ทั้งนี้จะเห็นว่าแนวโน้มตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยกำลังเติบโต และจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการชดเชยพลังงานไฟฟ้าจากส่วนอื่นๆ ในอนาคต

พลังงานไฟฟ้านับเป็นพลังงานที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจต่างๆ

พลังงานไฟฟ้านับเป็นพลังงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบ้านเรือนที่อยู่อาศัย โรงงานอุตสาหกรรม อาคารธุรกิจ ตลอดจนชีวิตประจำวันของเรา ในแต่ละปีประเทศไทยต้องสูญเสียเงินตรามหาศาลในอันที่จะจัดหาแหล่งเชื้อเพลิง เพื่อนำมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ผู้ใช้ไฟฟ้าบางส่วนกลับมีการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นหากผู้ใช้ไฟฟ้ามีการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของค่าไฟฟ้าลงได้มาก อีกทั้งยังช่วยเศรษฐกิจของประเทศส่วนรวมให้ดีขึ้นอีกด้วย พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย การวิเคราะห์การใช้พลังงานไฟฟ้าในบางครั้งจะมีความยุ่งยากและซับซ้อน การเข้าใจถึงเทคนิคในการตรวจวิเคราะห์พลังงานจึงนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง

ด้านเทคโนโลยี คงจะมุ่งเน้นไปทางฟิล์มบางมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนวัสดุจะถูกกว่า และไม่ต้องแย่งตลาดกับอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์อื่นๆ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องใช้ Crystalline Silicon เป็นหลัก

ด้านการตลาด ตลาดใหม่สำหรับเซลล์แสงอาทิตย์โดยทั่วไปน่าจะเป็นในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะยังมีระบบไฟฟ้าชนบทที่ต้องพัฒนาอีกจำนวนมาก แต่มีข้อจำกัดที่ต้องอาศัยการลงทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก ดังนั้นหากรัฐยังคงเป็นเจ้าของกิจการไฟฟ้า และยังต้องรับผิดชอบระบบไฟฟ้าในชนบทในหลายกรณี การเลือกใช้ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อขยายระบบจำหน่ายไปสู่ชนบท จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าระบบสายส่ง แต่หากมีการเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้า ซึ่งถ้ากิจการไฟฟ้าถูกแปรรูปให้เอกชนไปแล้ว โอกาสของการขยายตลาดระบบเซลล์แสงอาทิตย์จะลดน้อยลง เนื่องจากเอกชนส่วนใหญ่ มักจะมุ่งค้าทำกำไรในระยะสั้นๆ เป็นหลัก

สำหรับตลาดของการจ่ายเข้าระบบ (Grid Connected) เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะการลงทุนต่อกิโลวัตต์ จะต่ำกว่าระบบอิสระ (Stand Alone) ซึ่งต้องใช้แบตเตอรี่และต้องเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 7-10 ปี และหากมีการ “ร่วมลงทุน” ระหว่างภาครัฐกับผู้ใช้งาน ก็จะเป็นส่วนเสริมให้ตลาดของระบบฯ ขยายตัวรวดเร็วขึ้น

ในช่วง 6-7 ปี ที่ผ่านมา ในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป ประสบความสำเร็จของโครงการประเภท Rooftop Grid Connected เป็นอย่างมาก และกำลังนำไปสู่การเตรียมขยายผล เช่น โครงการ 1 ล้านหลัง ของสหรัฐอเมริกา และ 1 แสนหลัง ของกลุ่มประเทศยุโรป และ 7 หมื่นหลัง ของประเทศญี่ปุ่น นอกจากนั้นไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงกลางวัน ก็จะสอดคล้องกับความต้องการไฟฟ้าช่วงสูงสุด ดังนั้น Grid Connected ก็จะช่วยชะลอการลงทุนการสร้างโรงไฟฟ้า ประเภท “Peak Shaving” ได้ส่วนหนึ่งด้วย

สิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ตลาดของ “การต่อเข้าระบบ-Grid Connected” จะมีอนาคตที่ดี มีทางที่จะขยายผลเป็นรูปธรรม และทำให้เกิดการผลิตขนาดใหญ่ (Mass Production) ส่งผลทำให้ราคาการลงทุน ลดลงสู่ระดับ ที่น่าพอใจในอนาคตอันใกล้

สำหรับตลาดเซลล์แสงอาทิตย์ของประเทศไทยในอนาคต มีความได้เปรียบที่จะเติบโตมากขึ้น ทั้งในด้านผู้ใช้และผู้ประกอบการ เพราะนโยบายจากภาครัฐได้ให้การสนับสนุนอย่างชัดเจน ซึ่งจากผลผลสำเร็จของโครงการต่างๆ ที่ผ่านมา นักวิชาการไทยได้มีโอกาสเพิ่มประสบการณ์มากขึ้น ทั้งในเรื่องการติดตั้งใช้งานและการพัฒนาระบบฯ ด้วยตนเอง ตลอดจนความร่วมมือที่เข้มแข็ง ของกลุ่มนักวิชาการพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงทำให้เชื่อมั่นได้ว่าหากนโยบาย จากภาครัฐยังคงมีความชัดเจน และให้การสนับสนุนอย่างจริงจังดังเช่นที่ผ่านมา และตลาดเซลล์แสงอาทิตย์ โดยเฉพาะกรณีไฟฟ้าชนบท (Off Grid) ซึ่งเป็นพื้นที่ทุรกันดาร และไม่มีสายไฟฟ้าเข้าถึง ยังมีอยู่เป็นจำนวนมากในทุกภูมิภาค ของประเทศไทย จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ไม่ยาก ในการก้าวไปสู่การดำเนินธุรกิจเซลล์แสงอาทิตย์ ในระดับอุตสาหกรรม ทำให้ประเทศไทยเป็นที่สนใจ ของนักลงทุนต่างประเทศ ที่จะเข้ามาทำตลาดของไทยให้เติบโตขึ้น เมื่อประกอบกับประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี ด้วยพื้นฐานที่มั่นคงและกลไก / ความสัมพันธ์ด้านการตลาดที่ดีอยู่แล้วในภูมิภาคนี้ โอกาสที่นักลงทุน จะขยายผลไปยังตลาดของประเทศเพื่อนบ้าน จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเช่นกัน